ผมเคยอ่านบทความของหนุ่มเมืองจันทร์ในมติชนสุดสัปดาห์ว่าคนที่ประสบกับความสำเร็จส่วนมากเขาจะมีวิชาๆหนึ่งติดตัวที่ไม่สามารถหาเรียนได้จากที่ไหนซึ่งวิชาที่ว่านี้มีชื่อว่า
วิชาความยากจน ฟังตอนแรกผมก็แย้งอยู่ในใจว่ามันจะใช่เหรอเพราะว่าคนที่มีฐานะดีกว่ามักจะมีโอกาสเข้าถึงสิ่งต่างๆได้ดีกว่าและน่าจะมีโอกาสในการลองทำสิ่งต่างๆได้มากกว่าคนที่ไม่มี
จนผมได้มาอ่านบทความๆหนึ่งที่นำสถิติเกี่ยวกับคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ณ ปัจจุบันมาให้ได้อ่านก็พบว่ากว่า 80% นั้นเป็นคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง
นั้นก็คือคนพวกนี้เขามีวิชาความยากจนนั้นเอง
พอมาลองวิเคราะห์ดีก็จะพบความจริงว่าการที่เราจะประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้นั้น เราจะต้องลงมือทำอย่างสุดความสามารถและก็ลงมือทำอย่างต่อเนื่องด้วยเราถึงจะสามารถพบเจอกับความสำเร็จได้
ซึ่งคนที่เคยยากจนหรือว่าคนที่เคยลำบากมาก่อนมักจะพบเจอกับสิ่งเหล่านี้มาจนเคยชิน
มันก็กลายเป็นเรื่องปรกติสำหรับพวกเขา
เมื่อล้มพวกเขาก็ลุกขึ้นมาทำมันใหม่อีกครั้งและเมื่อพวกเขาเหนื่อยพวกเขาก็พักและเมื่อไร่ก็ตามที่หายเหนื่อยพวกเขาก็กลับมาทำมันอีกครั้งหนึ่งนั้นเอง
ต่างจากคนที่เคยสบายมาตลอดทั้งชีวิต
ความรู้ที่พวกเขามีนนั้นอาจจะมากมายมหาศาลเพราะว่าได้รับมาจากสถาบันการศึกษาที่ดีๆ
แต่เมื่อถึงขั้นตอนของการลงมือปฏิบัติพอเจอกับความยากลำบากบางคนก็เลือกที่จะล้มเลิกไปกลายเป็นว่าไม่ประสบกับความสำเร็จในชีวิต
และเมื่อไหร่ที่เขาตั้งสติได้และกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งนั้นละพวกเขาถึงจะประสบกับความสำเร็จได้สำกชหรับคนที่มีทรัพยากรต่างๆเพียบพร้อมอยู่แล้ว
แต่สำหรับคนที่ไม่มีอะไรเลยการที่ชีวิตของพวกเขานั้นจะสามารถอยู่รอดในสังคมนี้ได้นั้นพวกเขาจะต้องสู้เท่านั้นเองเพราะว่าหากพวกเขานั้นไม่สู้พวกเขาก็จะไม่มีอะไรเหลือเลย
เหมือนกับเป็นการบังคับให้พวกเขาถอยหลังไม่ได้
พวกเขาจึงเลือกที่จะทำจนสุดความสามารถ ถึงแม้ว่ายังมองเส้นชัยไม่เห็นก็แล้วแต่
พวกเขานั้นก็เลือกที่จะทำมันไปเรื่อยๆ และเมื่อวันหนึ่งที่พวกเขาได้ทำมันจนมากพอผลลัพธ์ก็จะเกิดขึ้นมาได้เอง
มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าการที่เราลงมือทำอะไรก็แล้วแต่แล้วล้มเหลวมันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากเพราะหากเราลงมือทำอะไรสักสิบอย่างถึงเราจะผิดหวังไปซะเก้าอย่างและก็ประสบกับความสำเร็จเพียงแค่อย่างเดี่ยวมันก็คุ้มแล้ว
และที่สำคัญสื่งเดียวที่คุณนั้นทำสำเร็จได้ก็จะทำให้คุณนั้นได้ชื่อว่าคนที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้แล้ว
#S7content
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น